นิทรรศการที่เชื่อมโยง “Art Toys” กับ “วัฒนธรรม”

“Cross Encounter” นิทรรศการที่เชื่อมระหว่าง Art Toys และภาพวาดที่มีเอกลักษณ์มาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการสนทนาโดย 18 ศิลปินเกาหลี 2 ญี่ปุ่น และ 8 ไทย ณ 333Gallery, Warehouse 30 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 5 พฤษภาคม 2567 เวลา 11.00 น. – 18.00 น.

ประสงค์ คชพันธุ์ ผู้บริหาร 333 Gallery กล่าวว่า “พูดถึง 2 ส่วนหลักๆ ก็คือ DDArttoy และ  Cross Encounter เป็นนิทรรศการที่รวมศิลปินเกาหลี 18 ท่าน ญี่ปุ่น 2 ท่าน และศิลปินไทยอีก 8 ท่าน เพื่อทำนิทรรศการออกมาผสมผสานเรื่องราว วัฒนธรรมและสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาหลายๆ คนอาจจะมองว่า Art Toy เป็นรูปแบบศิลปะที่อาจจะถูกมองข้าม แต่หลังจากได้ฟังจากศิลปินหลายๆ ท่าน จะเห็นว่าเขาได้ถ่ายทอดความเป็นตัวตนและวัฒนธรรมผสมผสานในคาแรคเตอร์ของเขา ซึ่งมันก็เหมือนศิลปะแขนงอื่นๆ แรงบันดาลใจของเราก็คือว่า อยากจะทำให้ Art Toy เป็นสื่อหนึ่งที่คนสามารถที่จะสะสมและเสพแล้วเข้าใจได้ง่ายๆ เข้าถึงศิลปะได้ง่ายและเป็นวงกว้างมากขึ้น กระบวนการที่เราเลือกศิลปินทั้งหมดใช้เวลามากกว่า 1 ปี ผมได้บินไปที่ประเทศเกาหลีและพูดคุยเตรียมงานต่างๆ กับศิลปิน จริงๆ ทั้งหมดที่ร่วมงานในวันนี้บางคนไม่สามารถที่มาร่วมงานได้ด้วย พิเศษคือมีตัวเดียวเท่านั้นในงานนี้ แผนงานสำหรับ DD Art Toy ในอนาคต เราก็จะพยายามที่จะค้นหา เชื่อมโยง ระหว่างงานศิลปะ งาน Art Toy วัฒนธรรม เพื่อให้เป็นรูปแบบสื่อของงานศิลปะรุ่นใหม่ๆ ที่ได้ทั้งผู้ผลิตคือศิลปินและผู้สะสมได้มีโอกาสได้ถ่ายทอดและชื่นชม”

นิทรรศการนี้ประกอบไปด้วย Art Toys และภาพวาดศิลปะมากกว่า 100 ชิ้น ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสนุกสนานของการทำงานร่วมกัน ซึ่งก้าวข้ามขอบเขตแบบดั้งเดิม งานแต่ละชิ้นเป็นสัญลักษณ์ของงานฝีมือและความภาคภูมิใจทางวัฒนธรรม แสดงถึงความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมที่ห่างไกล ยังมีภาพวาดเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยและเกาหลีอีกด้วย ตั้งแต่ฉากในเมืองไปจนถึงภูมิทัศน์ในชนบท เผยให้เห็นถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งจาก 28 ศิลปิน Uptempo, Ha Jong Hun, Bazbon, Kickflip, Zaycoke, Aone, DDING, LoserWorks, Ahn Sanggeun, Won Sohn, Kim Chang Kyum, Zangano, Lee Dongjae, Luckxy, RastaMoon, Junyuck, Park Minchan, Lee Seongheon, Zoe, Bell Nakai, Benzilla, Rollerbot, Jon Kajonsak, Tee Nateepol, NgaewNgaew, Parn Aniwat, Cheese Arnon, และ Manow Nowhere

Uptempo: “ผมมีสตูดิโอชื่อว่า Hands In Factory ที่ผลิต Art Toy ดีใจมากที่ได้มาประเทศไทยครั้งนี้ คาแรคเตอร์คือ Running Horns ทำโซค์นี้ขึ้นมาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ผมได้เลือกสัตว์ที่มีเขาเพราะว่าเขาเป็นเหมือนกับการแสดงเหมือนกับการเจริญเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลง บางตัวเขาอาจจะยาวขึ้น บางตัวเขาอาจจะเล็กลงหรือหลุดไป เป็นอีกตัวหนึ่งที่ทำขึ้นมาเฉพาะสำหรับคนไทย เป็นคาแรคเตอร์เปล่าๆ ที่สามารถเลือกสีหรือฟีเจอร์ต่างๆ เข้าไปได้ งานชิ้นสุดท้ายเหมือนเป็นรูปแบบที่จากงานอาร์ตที่ศิลปินเป็นที่รู้จักมากที่สุด Keep Running & Run ได้ใส่ความหมายมากที่สุดในสามตัวนี้”

LoserWorks: “คาแรคเตอร์ 2 ตัวแรกนี้ ซ้ายมือของเรา เป็นเด็กกับเสื้อผ้าที่ได้จินตนาการว่าเด็กไทยต้องใส่เสื้อผ้าประมาณนี้ เหมือนเด็กต้องป้องกันตัวเอง ลุกขึ้นมาต่อสู้ คาแรคเตอร์อีก 2 ตัวให้สีเหมือนธงชาติไทย เหมือนเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ไทยและเกาหลี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางมาประเทศไทย ดังนั้นจินตนาการของเด็กในประเทศไทยได้รับมาจากสื่อโซเชียลมีเดียหรือออนไลน์ ได้เห็นเด็กไทยอาจจะดูสนุกสนาน ชอบอยู่ด้วยกัน มีกิจกรรมด้วยกัน แต่เด็กเกาหลีค่อนข้างจะขี้อายและเก็บตัวมากกว่าคนไทย”

Lee Dongjae: “ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนและอนิแมชั่น งานซีรีส์นี้ได้นำการ์ตูนออกมาสู่ชีวิตจริง งานประติมากรรมที่เป็นเหมือนรูปหนังสือการ์ตูน ในโลกนี้มีสงครามเกิดขึ้นมากมาย รวมทั้งที่ประเทศเกาหลี เลยอยากจะหยุดสงคราม งานนี้เป็นมุมมองของผมที่อยากให้สงครามหยุดที่เกิดขึ้นสักที งานตั้งแต่ชิ้นเล็กไปจนชิ้นใหญ่เหมือนมีอิมแพคออกมาสู่ชีวิตจริง จะทำซีรีส์นี้ออกมาเรื่อยๆ”

Aone: “งานนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากลูก ตัวโนวาทำขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากเหมือนกับคนที่ไปเหยียบดวงจันทร์คนแรก เหมือนตัวเขาที่ได้มาประเทศไทยเป็นครั้งแรก ใช้เป็นธงประเทศไทยแต่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง คิดว่าเด็กเป็นเหมือนลูกไก่ ซึ่งสื่อถึงความเป็นเด้กได้ดีที่สุด คิ้วของลูกไก่เป็นจุดเด่นของตัวคาแรคเตอร์นี้นั่นคือว่า เด็กไม่สามารถพูดได้แต่สามารถสื่อสารอารมณ์ผ่านคิ้ว”

DDING: “ผมได้ทำงานเกี่ยวกับคาแรคเตอร์ต่างๆ หลากหลายสไตล์ งานที่ชื่อครั้งนี้ได้ถูก Develop ขึ้นมาใหม่เพื่องานนี้ งานแรกนี้คือ Glance เป็นคาแรคเตอร์ที่เหลือบมองมา Space Man ผมชอบความเป็นการ์ตูนสีขาวดำ Selfie ผมได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตประจำวันเวลาถ่ายรูป ถ่าย Selfie และ The Way I’m Going Is My Way คนที่เล่นสเก็ตบอร์ดเหมือนกับมีความท้าทายในทางของเขาและเป็นตัวของตัวเอง ผมเป็นศิลปินสาย Illustrator จะใช้แรงบันดาลใจต่างๆ จากสิ่งรอบตัวออกมาทำงานที่เป็นสไตล์และคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน”

NgaewNgaew: “งานนี้ชื่อ Future Robot จะพูดถึง Hope เป็นเรื่องของการรู้สึกถึงคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเอง ถ้าดูจากคำว่า Hope ที่จากโอเป็นดาว เราสามารถที่แกะดาวออกมาแปะตรงที่คล้ายจอทีวี งานเป็นคาแรคเตอร์หุ่นยนตร์เพราะว่าหุ่นยนตร์และมนุษย์ไม่ได้ต่างกัน เราต่างคนก็ถูกโปรแกรมโดยศาสนา สังคม วัฒนธรรม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงความแตกต่าง แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือภายในของมนุษย์แต่ละคน เมื่อเจอสิ่งภายนอกหรือภาวะต่างๆ ภายในเป็นสิ่งสำคัญและก็ การเห็นคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเราเองคือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะว่าแสงสว่างรวมตัวกันมากขึ้นๆ มันก็จะทำให้เรารู้สึกว่า การมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งที่ดี”

Jon Kajonsak: “หลายๆ คนคงเคยฟังเพลง “ลาออก” และหนังเรื่อง “The Devil Wears Prada” มันเป็นการพูดถึงมุมมองของเจ้านายและลูกน้อง ผมว่าเป็นอะไรที่สนุกดี ผมก็เลยเอามาเป็นสองตัวนี้ขึ้นมา เป็นคาแรคเตอร์ที่ผมใช้ประจำในงานชื่อ Pug the Door ตัวสูงๆ หน้าตาเหมือนหมาป่ามีเขาและใส่เนคไท ให้มีรูปลักษณ์เหมือนเป็นตัวเจ้านาย และ Pug the Dog ทำหน้าเว้าวอน”

ติดตามได้ทาง Line: @ 333gallery, Social Media: 333GalleryGroup

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *