พบกับนักแสดง “Twins The Series” 3 พ.ย. นี้

อาร์ม-อธิพร พูลสวัสดิ์ ซีอีโอ บ้านลลิสา เฮลท์แคร์ เซอร์วิส กรุ๊ปส์ นั่งแท่นหนึ่งในผู้จัดซีรีส์วาย ส่งเสริมกีฬา “Twins The Series สลับรัก นักลูกยาง” นำแสดงโดยนักแสดงเลือดใหม่ อาทิ ไรอัน-ปัญญา แม็คเชน, เฟรม-ฤทธิ์ชนนท์ ศรีประสิทธิ์เดชา, มีมี่-ฤทัยภัทร พัทธนนปภังกร, ภูร์  เพียงพอ, ทีม-ธัชนนท์ ทองเภ้า, ฮาร์ธ-ชินดนัย เดชะวลีกุล, ตัส-ทศวรรษ สิงอุปโป, เท็น-อภิวิชญ์  เอื้อมหาโสภา, นัท-ตรัยพัทธ์  วุฒิบรวนันท์, ก้อง คุปต์พงษ์ ชำนาญยง, ท้องฟ้า อลิชา ศรีประทักษ์, ทูรี่-พันธุ์ทิพา พงศ์เรืองรอง, พลับ-วราวุธ แสงศรีเรือง และ โอม นภัทร อุตสาหะ เตรียมออนแอร์ทางช่อง 3HD น พร้อมร่วมกิจกรรมกับหนุ่มๆนักแสดงอย่างใกล้ชิดในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เวลา 13.00 น. ณ โรงภาพยนตร์ เซ็นจูรี่ อนุสาวรีย์ชัย

อาร์ม-อธิพร กล่าวว่า “ผมกับคุณวิสูตร วัลลา (คุณเป้ หนึ่งในผู้จัด) เราเคยร่วมงานกันมาก่อน คุณวิสูตรก็แนะนำว่าทุกวันนี้ธุรกิจของเราคือรักษาปลายเหตุ หมายถึงว่าคนเป็นแล้วถึงมารักษา ทำไมเราไม่ลองช่วยเหลือกลุ่มที่เขายังแข็งแรงดีช่วยให้เขาป้องกันส่งเสริมการดูแลสุขภาพของเขา ก็เลยคิดว่าการลงทุนในซีรีส์น่าจะเป็นการโปรโมทสุขภาพค่อนข้างดี เราก็เลยตัดสินใจมาร่วมด้วยกัน ตอนแรกผมก็ใช้เวลาในการตัดสินใจนานเหมือนกัน เพราะยังไม่รู้ว่าเราจะได้อะไรจากธุรกิจนี้มากน้อยแค่ไหน แต่ด้วยความที่เชื่อมั่นในคุณวิสูตร เชื่อใจในทีมงานของคุณวิสูตร ก็เลยตัดสินใจร่วมลงทุนด้วย ซึ่งพอได้มาร่วมแล้วก็เห็นได้ชัดว่าเป็นการเข้าถึงคนกลุ่มมาก ใช้มีเดียเป็นฐานกระจายหนึ่งในความเชื่อของเรา บวกกับน้องๆและทีมงานทุกคนก็น่ารักอบอุ่นคอยแนะนำทุกอย่างเป็นอย่างดีทำให้เรารู้สึกดี และ แม้ว่ามันจะเป็นซีรีส์วายแต่ก็มีเรื่องกีฬาวอลเลย์บอล และยูยิตสูมาร่วมด้วย ซึ่งผมก็ไม่ค่อยได้ดูซีรีส์แนวนี้มาก่อน แต่เมื่อมีโอกาสไปดูการถ่ายทำได้เห็นจุดแข็งที่ต่างจากซีรีส์วายเรื่องอื่น แถมซีรีส์วายก็กำลังเป็นกระแส ก็ทำให้ผมมีความมั่นใจนะ

“โดยส่วนตัวแล้วคือที่มาร่วมกับเรื่องนี้จริงๆ อาจจะไม่ใช่ในเรื่องของผลประกอบการสักเท่าไหร่ แต่จะเป็นเรื่องของการอยากจะลองในอุตสาหกรรมที่เรายังไม่เคยทำ อยากรู้ว่าจะสร้างอิมแพ็คในมิชชั่นส่วนตัวแค่ไหน สิ่งที่อยากเน้นคือให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้นเรื่องผลประกอบการเป็นเหตุผลรองลงมา ส่วนตัวผมเองก็อยู่ในหน่วยงานรัฐเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการแรงงาน ล่าสุดมีคุยกันอยู่ว่านโยบายใหม่ของรัฐบาลที่ว่าจะเพิ่มเรื่องของ 30 บาท บัตรทอง เป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดี ก็ยังคิดอยู่เลยว่า 30 บาท ช่วยให้คนเราเข้าถึงการแพทย์ได้แต่จริงๆมันผิดวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์หลักของ 30 บาทก็คืออยากให้คนเราเมื่อเริ่มเป็นอะไรก็ให้ไปพบหมอไปตรวจอะไรก่อนที่มันจะเป็นอะไรร้ายแรง แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนหน่วยงานรัฐเองอาจจะไม่พร้อมซะทีเดียว ไปทีก็ต้องรอคิวนานสำหรับคนที่ใช้สิทธิ์ คนส่วนมากเลยไม่อยากไป รอจนเป็นอะไรร้ายแรงแล้วค่อยไปใช้สิทธิ์ 30 บาท เราก็เลยคิดว่ามันมีอะไรอื่นอีกไหมที่เราสามารถช่วยให้คนเข้าถึง ช่วยโปรโมทสุขภาพให้ดีขึ้นซึ่งปกติอุตสาหกรรมบันเทิงดูจะเข้าถึงทุกคนทุกวัยในประเทศไทยอยู่แล้ว การที่เรามาลงทุนทางนี้ ผมมองว่าน่าจะช่วยโปรโมทเรื่องสุขภาพที่จะสร้างความแตกต่างได้ครับ”

มีคำแนะนำอะไรที่เราอยากใส่เข้าไปในซีรีส์บ้างไหม?

ถ้าเป็นไปได้นะครับ ผมอยากจะเปลี่ยนความเข้าใจของคนในเรื่องของบ้านพักคนชรา อย่างปัญหาที่ผมเจอคือคนส่วนมากจะเข้าใจผิดว่าศูนย์เนอสซิ่งโฮมเป็นเหมือนเอาพ่อแม่มาทิ้งหรือว่าเวลาพ่อแม่ป่วยถึงขั้นผ่าตัดเมื่อผ่าตัดเสร็จเราก็ควรจัดการดูแลก่อน ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนมากคนเมื่อไม่พร้อม แต่ต้องดูแลคนป่วยเองเลยทำให้มีปัญหามากขึ้น อย่างเช่นอาจจะเป็นแผลกดทับแล้วเกิดติดเชื้ออะไรแบบนี้ เราก็คิดว่าจะมีทางไหม ในซีรีส์ในช่วงไปโปรโมทเราจะมีโรททูแล้วพยายามแทรกให้คนเข้าใจศูนย์เนอสซิ่งโฮมว่าไม่ใช่ที่ๆเอาคนมาทิ้งนะ แต่เรามาดูแลฟื้นฟูให้ดีขึ้นเพื่อที่คุณจะได้กลับไปดูแลที่บ้านได้ง่ายขึ้น เราจะพยายามใช้ซีรีส์ในการสื่อตรงนี้ถ้ามีโอกาสครับ

ทำเรื่องแรกก็มาจับซีรีส์วาย มีความรู้สึกอย่างไร ?

คิดว่าซีรีส์วายน่าจะตอบโจทย์ในเรื่องของมุมมอง อย่างผมโตต่างประเทศเขาจะมองว่ากลุ่มที่สนใจซีรีส์วายมายด์เซ็ตเขาอาจจะกว้างกว่า แล้วธุรกิจที่เราทำอยู่ก็ค่อนข้างจะเปลี่ยนแนวคิดในสังคมเหมือนกัน ก็เลยคิดว่าฐานเสียงที่เราได้ อาจจะได้จากผู้ชมซีรีส์เรื่องนี้เป็นที่ช่วยเราก็ได้ ซึ่งถ้าซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จผมเองก็อาจจะเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นถ้าถามว่าชอบไหม ผมชอบนะถ้าเป็นงานเบื้องหลังไม่จะเป็นต้องมามีส่วนร่วมหน้างาน แต่ขอให้ได้ทำอะไรที่มันมีอิมแพ็คมีมิชชั่นส่วนตัวมากกว่า ถ้าเกิดทำแล้วมันเวิร์คแล้วเราได้ผู้ชมช่วยตามที่เราต้องการด้วยก็ดี และถ้าซีรีส์เรื่องนี้ได้รับความนิยมมาก ผมก็อาจจะมีการต่อยอดเป็นผู้จัดในเรื่องต่อๆอีกก็ได้ครับ

ทางครอบครัวมีความคิดเห็นอย่างไรหรือไม่ ?

พื้นฐานทางคุณพ่อคุณแม่ผมจะเป็นคนที่ซัพพอร์ตมาก คือเราอยากทำอะไรเขาก็ซัพพอร์ตเราเต็มที่อยู่แล้ว ตอนที่ไปอยู่เมืองนอกอาร์มอยู่กับพี่ชาย 2 คน 10 ขวบ กับ 13 ขวบ เขาก็ซัพพอร์ตเราเต็มที่แค่ขอให้เราบอกในสิ่งที่เราอยากทำเท่านั้น เมื่อก่อนผมเป็นนักกีฬาอยากเรียนอะไรท่านก็จ้างโค้ชมาสอนเต็มที่ตลอด แล้วพอผมเรียนจบมาทำธุรกิจแรก เขาก็ให้เงินมาก้อนนึงแล้วบอกว่าอยากทำอะไรก็ให้ไปทำ คือท่านอยากเห็นเราโตด้วยตัวเราเอง เราเห็นอะไรดีก็จะซัพพอร์ตให้ สำหรับโปรเจกต์นี้เขาก็โอเคเหมือนกัน เป็นกำลังใจให้อยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ค่อนข้างจะเชื่อมั่นว่าอาร์มทำอะไรจะทำได้ค่อนข้างดี

ที่บอกว่าเป็นนักกีฬา เป็นนักกีฬาอะไรมาก่อน?

นักเทนนิสครับ ผมเคยเป็นนักกีฬาแข่งเทนนิสตอนที่เรียนในประเทศไทย พออายุ 10 ขวบ ผมก็ขอไปเรียนที่อเมริกาเพราะอยากไปเล่นเทนนิสที่นั่นครับพอไปอยู่ที่นั่นเขาก็จะมีเทนนิสอคาเดมี่ มีโค้ชที่เก่งกว่า ซึ่งผมก็ได้เป็นตัวแทนไปแข่งเป็นรุ่นๆไปครับ แต่ถ้าพูดในแง่ของสรีระเราอาจจะสู้ฝรั่งเขาไม่ได้ สุดท้ายผมก็เลยมาเอาดีทางด้านเรียนแทน แล้วก็เล่นเทนนิสเป็นงานอดิเรก อีกเหตุผลที่ผมซัพพอร์ตซีรีส์ที่เกี่ยวกับวอลเลย์บอล ก็เพราะผมอยากให้คนเรารู้จักอารมณ์ของทีมเวิร์ค นักเทนนิสแพ้หรือชนะจะอยู่ที่ตัวเราเองคนเดียว แต่พอเป็นวอลเลย์บอลมันต้องใช้ทีมเวิร์คช่วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผมคิดว่าเดี๋ยวนี้สังคมไทยของเรากำลังจะเริ่มเสื่อมลง เพราะเดี๋ยวนี้คนเราก็เน้นเจอกันผ่านทางออนไลน์ เล่นกีฬาด้วยกันก็เป็นอีสปอร์ต ยิ่งโควิดมาก็ยิ่งแยกกันเยอะขึ้น ผมก็เลยคิดว่าอยากมาซัพพอร์ตซีรีส์ที่เกี่ยวกับทีมเวิร์คที่ตองมีเพื่อนๆช่วยด้วยครับ

ติดตามได้ทาง FB: Twins The Series, Twitter: Twinstheseries, IG: Twinstheseries, YouTube: Lovemediathailand

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *