“ครอบครัวบีม-กวี” ส่งความห่วงใยผ่าน “โอ้มายดอส”

ความห่วงใยและความใส่ใจครอบครัวของ “บีม-กวี ตันจรารักษ์” โดนใจ DOS Life (ดอส ไลฟ์) ผู้ผลิตผู้จำหน่ายแบรนด์ถังเก็บน้ำคุณภาพที่กำลังจะนำเสนอแคมเปญใหม่ “โอ้มายดอส Oh My DOS! เพราะความห่วงใย มันใหญ่บะเร่อบะร่า” เพื่อเปลี่ยนมุมมองผู้บริโภคให้หันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับถังเก็บน้ำมากขึ้น พร้อมกับเปิดตัวสื่อโฆษณาทุกๆแพลทฟอร์ม ณ ลานแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน

นายดิศนิติ  โตวิวัฒน์ กรรมการ-รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด กล่าวว่า “น้ำคือสิ่งจำเป็นที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน DOS Life ได้มีการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อตอบสนองเรื่องความสะอาดในแง่ของการกำจัดเชื้อโรคแบคทีเรีย รวมถึงเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงทำให้ ผู้บริโภคให้การยอมรับในแบรนด์ DOS Life ทำให้ดอสไลฟ์คือแบรนด์ที่ได้ความนิยมในเรื่องของคุณภาพและทำให้ยอดขายเป็นอันดับ 1 ในปัจจุบัน”

“บีม-กวี” เผยว่า “วันนี้เรามาบอกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อยู่เรามั่นใจที่จะบอกทุกคนว่านี่คือของที่ดีจริงๆและอยากให้ทุกคนได้เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกับพวกเราในการใช้ถังน้ำดอสจริงๆต้องเรียกว่าเขาคอยดูแลทุกคนในครอบครัวของเราเรื่องการใช้น้ำกับมนุษย์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เพราะฉะนั้นเราก็จะไว้วางใจในของที่มีคุณภาพจริงๆมีการรับรองจากสถาบันที่เราเชื่อถือ ส่วนการถ่ายทำเอ็มวีก็สนุกสนานผมขอฝากดูเอ็มวีโอ้มายดอส! ด้วยนะครับดูได้ทางช่อง RS Music Thailand ต้องบอกว่าเอ็มวีน่ารักมากทำแสงสวยมากอยากให้เห็นชัดๆในมือถือใกล้ๆและมีชาเล้นจ์ด้วย”

“ออย อฏิพรณ์” ภรรยาคนสวย เผยว่า “การถ่ายเอ็มวีตอนที่คิดสตอรี่บอร์ดตอนแรกก็แอบเครียดเพราะในบอร์ดมีลูกเยอะมากเราก็รู้ว่าลูกเราก็ไม่ใช่ว่าจะเรียบร้อยหรือร่วมมือทุกซีนแต่ผู้กำกับเก่งมากเขามีวิธีคุยกับเด็กและมีมุมกล้องที่ไม่ได้ฟิกบล็อกกิ้งจะปล่อยธรรมชาติเด็กก็ไม่เครียดเล่นได้เป็นธรรมชาติเราก็ใช้เวลาถ่าย2 วันขอฝากใครที่กำลังจะเปลี่ยนถังน้ำใหม่ถังน้ำดอสตอบโจทย์หมดครบวงจรของการอุปโภคและบริโภคค่ะ เรื่องไปเรียนวันนี้ไปเรียนวันที่สองแล้วตอนแรกตั้งใจเลยว่าฉันต้องอยู่จนลูกเลิกเรียนแต่ด้วยความที่อากาศร้อนอบอ้าวทางเราก็คือสู้ไม่ไหวตอนแรกคิดว่าจะเตร็ดเตร่แถวนั้นเกาะรั้วดูเผื่อว่าลูกจะแว้บออกมาบ้างแต่ไม่คิดว่าจะไม่เห็นอะไรจริงๆเพราะเขาไม่ให้เราเข้าไปเลยกลับบ้านดีกว่าและมีแอคซิเดนท์นิดหน่อยบนรถต้องไปดูในช่องยูทูบของเรานะคะมันจะเป็นวันที่เราจะพูดถึงน้องพีร์แซวเขาได้ตลอดชีวิตเลยวันแรกที่ไปเรียนพี่ธีร์ร้องไห้เหมือนเขายังไม่รู้เหมือนถูกหลอกไปตอนกลางคืนเราก็บอกเขาว่าพรุ่งนี้จะไปโรงเรียนแล้วนะตอนเช้าเขาก็ให้ความร่วมมือดีมากเลยเหมือนเราคุยกันไว้แล้วแต่พอเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาก็เกือบไม่ทันวันแรกครูอนุญาตให้เราขึ้นไปส่งบนห้องเราก็จูงมือเขาขึ้นไปพอถึงบนห้องเปิดมาปุ๊บของเล่นเยอะเลยมีเพื่อนพี่ธีร์ก็เหมือนโดนดูดเข้าไปลอยๆเข้าไปจับโน่นนี่เล่นส่วนน้องพีร์ไปคัดแต่เสือโคร่งเอามาวางบนโต๊ะดูเหมือนกำลังเจออะไรใหม่ๆจนจังหวะที่ครูบอกให้คุณพ่อคุณแม่กลับบ้านแต่ออยบอกเขาว่าเดี๋ยวมามี้ลงไปรอข้างล่างนะไม่ได้บอกเขาว่ากลับบ้านก่อนแล้วพี่ธีร์ก็เหมือนหูดับกำลังสนใจอย่างอื่นอยู่น้องพีร์ก็คือเล่นอยู่แต่พอไปรับคือเดินร้องไห้มาเลยคนเดียวตอนแรกไม่ร้องพอเห็นเราถึงร้องวันที่ 2 เขารู้ตัวไม่ได้ให้พ่อแม่ขึ้นไปส่งอีกรอบแล้วคือเราต้องปล่อยให้เขาเรียนรู้ไปเติบโตถ้าเราคอยซัพพอร์ทเขาตลอดเขาก็จะไม่โตสักทีก็ต้องตัดใจ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *