“จิ๊ก เนาวรัตน์” เรื่องเยอะ จนชีวิตตกอับไร้งาน

ดาวค้างฟ้า “เนาวรัตน์ ยุกตะนันทน์” เผยหลังมีข่าวว่าไร้งาน เพราะเรื่องมากจนชีวิตตกอับ จนต้องขายบ้าน ขายที่ดินกิน ไม่พอรังเกียจลูกสะใภ้จนต้องขอแยกบ้านอยู่ พร้อมประเด็นที่ชวนอึ้ง นำเครื่องสำอางที่แต่งหน้าศพมาขายต่อ งานนี้ความจริงจะเป็นอย่างไร รายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 16.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27

พี่จิ๊กยังเลือกบทงานเลยไม่ชุกเหมือนวันเก่าๆ

ถูกต้อง เพราะว่าไม่มีคุณค่าไง เด็กมันโตขึ้น เขาก็ไปเอาเด็กที่โตขึ้นแทนเรา เราก็กระเถิบขึ้นไปอีก

ไม่มีเงิน จนต้องขายบ้าน ที่ดินไม่รู้หมดไปเท่าไร

ทุบบ้านไปแล้ว ทุบทิ้งเลย เอาอิฐขายหมดเลย จริง ขายอิฐ ขายอะไรหมดเกลี้ยงเลย ประตู หน้าต่าง

พี่จิ๊กทุบไปหมดแล้ว แล้วไปอาศัยห้องเช่าที่ไหนอยู่

ก็ไปอาศัยห้องเช่าในเกศินีวิลล์นั้นแหละ (หัวเราะ) ก็คือบ้านมันเป็นแบบนี้นะ ชีวิตมีลูก 2 คน เพราะฉะนั้นแล้วทุกอย่างมันมีการแตกแยก เราไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า วันหนึ่งเราต้องตายจากไปแน่นอน เราก็เลยตัดสินใจแบ่งครึ่งบ้านให้ลูกคนละส่วน คนนี้โฉนดหนึ่ง อีกคนโฉนดหนึ่ง เราก็ไม่มี และเราก็อาศัยลูกอยู่ไปก่อน แล้ววันหนึ่งที่เราตายจากไปลูกคนหนึ่งก็ได้บ้าน คือไม่ต้องมานั่งแบ่งสมบัติกัน ถ้าอยู่หลังเดียวครองกันหมด คนนี้ไม่ถูกกับน้องสะใภ้ คนนี้ไม่ถูกกับพี่สะใภ้ แม่สามีเขามา พ่อสามีเขามา โอ๊ยปวดหัว เราตายไปแล้ว แล้วลูกจะสู้รบตบมือทำไม ทำไปเลย พี่เตรียมทุกอย่าง ในเรื่องที่คนเราต้องเตรียมตัวก่อนตายค่ะ

เขาไม่ชอบพี่จิ๊ก เพราะรายละเอียดเยอะในการทำงาน

ใช่ รายละเอียดเยอะแน่นอน ใครจะชอบไม่ชอบไม่เป็นอะไร ปล่อยให้เขาไม่ชอบไป แต่พี่ชอบเขาแล้วกัน พอแล้ว และแน่นอนถ้าไม่มีรายละเอียดเยอะ มันจะมีปัญหาในอนาคตแน่นอนคือ 1.ค่าตัวเท่าไร ไปเล่นเสร็จให้เท่านี้ อ้าว เพราะไม่เคลียร์กัน 2.ไกลไหม ไกลมากจนไม่มีรถรับส่งต่างจังหวัด ไม่ไป ไม่คุ้ม ได้เงินก้อนเดียวแต่รถไปชนตายคาที่ไม่เอา เพราะขับรถไปต่างจังหวัดไม่เก่ง หากมีรถรับส่ง หรือไปกับคนอื่นได้ โอเค 3.สำคัญที่สุดคือไม่มีที่จอดรถ วนไปมา ลงมาไม่ให้ที่จอด แล้วจะไปทำงานอย่างไร อารมณ์ก็เสียแล้วใช่ไหม เขาต้องดักที่จอดรถไว้ บทอะไร ค่าตัวเท่าไร ไปตั้งแต่กี่โมง เสร็จกี่โมง มันควรที่จะต้องรู้ ไม่ใช่รับเล่น แล้วไม่รู้เล่นอะไร ทำอะไร อย่างไรบ้าง รายละเอียดการรับงานเป็นสิ่งสำคัญมากจริงๆค่ะ

พี่จิ๊กบ้าๆบอๆ พี่จิ๊กไปตอบกลับเขาอย่างไร

พี่เป็นคน 2 ร่างนะ ร่าง1 พี่จะบ้าๆบอๆ มีความสุข แต่อีกร่างหนึ่ง ก็อะไรมาเครียดกับพี่แล้ว พี่ก็จะเครียดต่อเลย และอาจารย์รู้ไหมก่อนออกรายการ รายการที่ดิวกับเราจะพูดกับเราทุกครั้งเสมอว่า พี่จิ๊กเอาสนุกๆนะ พี่บ้าให้เต็มที่เลยนะ พี่เอาแบบขำๆเลยนะ เราจะไปนั่งคุยเรื่องศีลธรรมเหรอ แล้วเขาจะขำตามที่เขาบรีฟไหม เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เข้าใจไหม แต่พี่ชอบรายการอาจารย์นะ ถามจริง ตอบจริง

ทำไมเราถึงอยู่ร่วมบ้านกับคนอื่นไม่ได้คะ กับลูกตัวเองก็ไม่ได้เหรอ

เป็นคนต้องอยู่คนเดียว อยู่ห้องคนเดียว ทำอะไรคนเดียว ชักโครกใช้คนเดียว อาบน้ำแบบไม่ให้ส่วนรวมไม่ชอบ ส่วนลูกก็โตแล้วไง มันอยู่ห้องเดียวกัน มาใช้ส่วนรวมกัน อาบน้ำที่เดียวกัน ชักโครกที่เดียวกันไม่ได้ พี่เป็นคนถือมาก ผ้าเช็ดตัว เสื้อใน แปรงสีฟัน กางเกงในทุกสิ่ง

มันผิดปกติไหม ที่เรายังอยู่กับสายเลือดตัวเองไม่ได้

สายเลือดตัวเอง เข้าใจรักมาก แต่ก็ต้องมีการแยกแยะ บางครั้งในบางอย่างต้องเข้าใจว่าคนเราเกิดคนเดียวตายก็ต้องตายคนเดียวฉะนั้นแล้ว เราต้องจัดสรรปันส่วน อย่าเอาลูกมาเป็นภาระ อย่าเอาลูกมาเป็นที่ตั้งทุกคนต้องมีชีวิตขิงใครของมันก้าวไปแต่ละส่วนของตัวเองเราก็ก้าวต่อไปของเราให้ถูกทาง นี่ก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องอยู่คนเดียว

ลูกคนเล็กก็แต่งงานแต่แยกบ้านกันอยู่ด้วยรสนิยมของพี่จิ๊ก

เกินไป(หัวเราะ) ไม่มี ถามว่ารักไหม รัก เพราะเขามาดูแลเรา มาดูแลลูกเราไง ลูกเราก็ต้องให้ใจเขาเต็มที่ เราก็ต้องสนับสนุน ก็ต้องเข็ญทั้งคู่ไปให้ถึงฝั่งให้ได้

ลูกเราหลงเขามาล่ะสิ แม่กังวลไหม

รู้เชื่อนะ เชื่อฟังมาก เราไปห้ามเขาไม่ได้หรอก ถ้าคิดว่าดีมันก็ดี ถ้าคิดอีกมุมหนึ่งก็แย่นะ เพราะว่ามันไม่มีอะไรจุดยืนเป็นของตัวเอง เขาเลือกเอง ชีวิตเป็นของเขา เราห้ามไม่ได้หรอก

เขาดูแลแม่ผัว ห่วงใยบ้างไหม

ดูแลค่ะ แต่เราก็ไม่ต้องให้เขาดูหรอก เราก็บอกไม่ต้องห่วง หาข้าว หาปลาทานกันเลย

พี่จิ๊กยังหวังไหม อยากมีไออุ่นๆไว้ข้างหู

เมื่อก่อนเคยคิด แต่เดี๋ยวนี้ไม่เคยคิดเลย เพราะว่า 1.เราชอบเด็กเด็กกว่าเราก็ต้องไปนั่งเลี้ยงเด็ก นี่คือนิสัยไม่ชอบเลี้ยงใคร เราเลี้ยงแค่ลูกเรา 2 คนพอแล้ว เรามานั่งเลี้ยงเด็ก คือเด็กเองก็ไม่มีเกียรติ เราเองก็แย่ 2.ถ้าเลี้ยงผู้ชายใหญ่เขาใหญ่ไป เขาไม่ให้เรามาเลี้ยงหรอก แต่เขาเลี้ยงเราได้ แต่ถามว่าเขาจะมีกี่คน ละถามว่าเขาจะมาเอาเราไหม เพราะเราไม่ใช่อายุเด็กหรือผู้ชายแก่ๆมาให้เรานุ่งบิกินีเดินให้เขาดู เขาก็คงไม่เอาเราหรอก ถามว่าวันนี้มีความสุขไหม มีความสุขมากแบบนี้ดีกว่า

ตอนแต่งหน้าศพได้เจอเหตุการณ์อะไรแปลกๆบ้างไหม

อันนี้เล่าไปแล้วก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ บางอย่างก็พยายามจะขอบคุณ บางท่านก็อยากพยายามเนาวรัตน์หรือเปล่า อันนี้จิตใจคิดเองนะ บางท่านก็แบบป้าสวยแล้ว พอแล้ว เราก็จะหยุด อย่าเอาป้าไปนอนติดกับคุณลุงคนนั้นนะ เพราะป้าไม่รู้จัก แล้วเขาก็ดันเข็นเตียงเข้าไปอีก แต่อยู่ๆเตียงก็ไหลไปเองเลย ส่วนเรื่องวิญญาณติดตาม มีแต่สิ่งดีๆ ให้กับเราค่ะ 

เครื่องสำอางที่พี่จิ๊กแต่งหน้าศพ พอแต่งเสร็จ พี่จิ๊กเอามาขายต่อหรือเปล่าคะ

ตายแล้ว  รู้ไหมคะ คนที่บริจาคเครื่องสำอางมาให้พี่ บางครั้งก็หมดอายุ พี่ต้องมานั่งดู เปิดมามีน้ำไหล พี่ทิ้งขยะเลยอย่าไปฟังคนอื่น พี่ต้องดูว่าเครื่องสำอางมีคุณภาพ ต่อให้ไปแต่งหน้าศพก็ต้องเป็นเครื่องสำอางดีๆค่ะ เละๆเน่าๆพี่ก็โยนทิ้งขยะเหมือนกัน

สุดท้ายจิ๊ก เนาวรัตน์ยังกล่าวอีกว่า “คนเราตายแล้วความดี ต้องให้คนเขาจารึก ไม่ใช่ตายไปแล้วให้คนเขาสาปแช่ง เป็น เนาวรัตน์ ยุกตะนันทน์ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะประชาชนสนับสนุน ถ้าไม่มีใครสนับสนุนเราจะเป็นเนาวรัตน์ไม่ได้ในทุกวันนี้แน่นอน คนอื่นอาจจะไม่นิยม อาจจะไม่ทำกัน แต่เราคิดว่าทำอะไรก็ได้ เราอยากบอกว่า ลุกขึ้นมาเถอะค่ะ ลุกขึ้นมาทำที่ตัวเองคิดว่าในชีวิตอยากตอบแทนสังคม อยากทำให้ตัวเองมีคุณค่ามีชีวิตที่ดี ก็ไม่ต้องเลือก ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคมค่ะ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *