Bangkok Illustration Fair 2025 (BKKIF 2025) ปีที่ 5 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. พร้อมแถวยาวเหยียดของบรรดาแฟนๆ สายอาร์ต หน้าทางเข้า centralwOrld PULSE ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ งานนี้มีถึงวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคมนี้

ทางเข้างานต้อนรับด้วย BKKIF Mascot ขนาดใหญ่ ที่เป็นจุดเช็คอินจุดแรกสำหรับประเดิมโซเชียล ก่อนผ่านเข้าไปโชว์สกิลศิลป์ของตัวเองบนกำแพง Let’s Draw Here! ซึ่งได้รับความสนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทำให้หลายคนอดใจไม่ไหวที่ถ่ายรูปและเซลฟี่กับภาพวาดน่ารักต่างๆ จากปากกาเมจิกที่เตรียมไว้ให้จำนวนมาก

หลังจากนั้นขึ้นไปข้างบนด้วยบันไดเลือน เพื่อเข้าสู่โลกแห่ง Illustration Art ของศิลปินทั้งชาวไทยและนานาชาติ 222 ราย จาก 16 ประเทศ รวมทั้ง อินโดนีเซีย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน และ มาเลเซีย ที่อาจจะสามารถเป็นแรงบันดาลใจและการต่อยอดให้กับนักวาดไทยให้เติบโตในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ยังมี 8 บูธจากพันธมิตรนานาชาติ 7 ประเทศในโซน International Alliance โดย สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) ซึ่งเป็นพันธมิตรจากภาครัฐ

หลังจากเข้าสู่งาน MRBADBOY ได้สะดุดตากับบูธสีเหลืองที่ตั้งโดดเด่น ท่ามกลางสีขาว ของศิลปินชาวญี่ปุ่นกับคาแรคเตอร์ของ “เจ้าหนวดพ็อนจัง” หรือ Ohige no Pon ซึ่งเป็นสุนัขเพศผู้ที่อาศัยอยู่ในป่าของ Ohige และมีหนวดและหูสุดน่ารัก

แล้วเริ่มต้นไล่เดินบูธต่างๆ จากช่องแรกซ้ายมือ ได้แวะคุยกับศิลปินชาวจีนกับผลงาน diary-style art หรือ ศิลปะแบบบันทึกประจำวัน ที่มีตัวละครขนาดเล็กเป็นศูนย์กลางสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างคน สิ่งแวดล้อมและเมือง ผ่านการสังเกตชีวิตประจำวัน โดยภาพส่วนใหญ่อยู่ในกรอบทรงสี่เหลี่ยมคล้ายๆ กล่องสวิทไฟที่บ้าน เป็นแรงบันดาลใจ โดยผลงานล่าสุดได้เพิ่มนาฬิกาเข้าไปด้วย

เดินผ่านบูธต่างๆ มาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้มาพบและพูดคุยกับศิลปินหนุ่มชาวสิงคโปร์เกี่ยวข้องข้อความบนผนังแขวนภาพว่า “In the cold quiet of a train platform, a vending machine stands alone – unmoving, unchanging, yet never unnoticed. Everyday, it becomes a quiet witness to the flow of passing lives.” รวมถึงผลงาน 3 มิติที่ได้แรงบันดาลใจจากตลาดน้ำของประเทศไทยด้วย

และแล้ว MRBADBOY ได้มาหยุดที่บูธของศิลปินสาวไทยแนว Digital Paint ในนาม Jean8 Lines กับผลงานที่ออกไปทางหนังสยองขวัญ ซึ่งหล่อนได้เผยว่าเป็นสไตล์ Psychological Horror น่าแปลกดี สอดคล้องกับหลักสูตรจิตวิทยา ปริญญาโท ที่ต่างประเทศ

จีน เล่าว่า “แปลเป็นไทยก็คือจิตวิทยา สยองขวัญ ถึงแม้ว่าจีนจะไม่ได้อยากจะให้มันดูน่ากลัวขนาดนั้นคือจริงจริง จีนไม่ได้มี background ด้านศิลปะมาเลยค่ะ ก็คือไม่เคยเรียนเลย แต่ว่า จบโทจิตวิทยา จีนตั้งใจอยากจะวาดภาพให้มันดูแบบ uncanny ดูเหมือนกับผิดที่ผิดทาง ประหลาด แบบให้มันเอ๊ะ อะไรอย่างเงี้ยค่ะ เพื่อที่เหมือนกับว่าจะได้เซตโทนว่า เอ๊ะ สิ่งที่คนรู้สึกว่ามันเคยชิน มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างงั้นเสมอไป แล้วก็ไม่ได้อยากที่จะทำให้ทุกคนกลัวแต่ว่าอยากที่จะส่งข้อความไปมากกว่าว่า แม้ว่าด้านที่เราจะไม่อยากยอมรับหรือว่าด้านที่มืดมิดของเราอะ แล้วก็คู่ควรที่จะถูกเรารักเหมือนกันเป็นส่วนหนึ่งของเราทำให้เราเป็นเราแบบเนี้ยค่ะ”


ทำไมเราถึงหยิบยกเรื่อง Psychology มาเป็นผลงานศิลปะ
“จริงๆแล้ว จีนทำงานเชิงวิชาการมาก่อนอะค่ะ หลักๆ เป็นแนววิจัยอะไรอย่างเงี้ยค่ะ แต่ทีเนี้ยจีนก็รู้สึกว่า เออ การวาดรูปมันก็เป็น hobby ที่เราทำได้ แล้วก็จินสนใจเกี่ยวกับพวก interactive art แบบ board game หรืออะไรที่เหมือนกับว่ามันไม่ใช่แค่ดูงานศิลปะ แต่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของงานได้ด้วยอะไรประมาณเนี้ยค่ะ เพื่อที่จะให้เขารับรู้เรียนรู้ความรู้สึกตรงนั้นด้วยตัวเขาเอง จีนรู้สึกว่ามันเป็นมีเดียม เป็นสื่อกลางที่น่าสนใจ อยากจะส่งต่อไปให้คนอื่นอื่นได้แบบเนี้ยค่ะ”


สามารถใช้ศิลปะมาใช้เป็น Therapy ได้มั้ย
“จริงๆ จีนสนใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกันนะคะ แล้วรู้สึกว่าบางทีสิ่งที่คนอาจจะมองว่า เอ้ย น่ากลัว อันนี้เป็นผีรึเปล่า แต่ จริงๆ มันก็เป็นเชิงสัญลักษณ์ทั้งหมด แต่ละคนอาจจะมอง แปลความหมายไม่เหมือนกัน หรือ สื่อความหมายถึงแตกต่างกัน จีนรู้สึกว่ามันก็เป็นอะไรที่น่าสนใจเหมือนกันค่ะ”


หยิบยกแต่ละเรื่องราวเกี่ยวกับ Psychology มาทำเป็นภาพอย่างไร
“ส่วนใหญ่ จีนจะคิดคอนเซ็ปต์ก่อนอะค่ะ หลักๆ เลยอะคือจีนทำงานก็คือจะโฟกัสที่ Value และก็ข้อความที่อยากจะส่งไป อย่างเช่นถ้าช่วงเนี้ยจีนรู้สึกว่าอยากที่จะสื่อสารคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับวัยเยาว์ หรือว่าการเติบโตก็จะสื่อคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับการเติบโต หรือว่ามองย้อนไปในอดีต reflection การตามหาตัวตน อัตลักษณ์ลักษณะแบบนี้ค่ะ หรือว่าถ้ายินอยากจะสื่อเกี่ยวกับ complexity of human brain หรือความซับซ้อนของจิตใจมนุษย์ จีนก็จะเริ่มคิดว่าจีนจะเปรียบเปรยเปรียบเทียบ เอ่อ จิตใจมนุษย์ หรือว่าความซับซ้อนตรงเนี้ยกับอะไร อย่างเช่นรูปบ้าน จริงจๆ แล้วอะ จิตใจของเรา สมองของเราที่มันซับซ้อนมันก็เหมือนบ้านของเรา บ้านที่มันไม่สิ้นสุด แล้วก็มีห้องไม่สิ้นสุด บางห้องอาจจะถูกล็อกไว้ บางห้องก็อาจจะเปิดไฟสว่าง บางห้องก็พร้อมต้อนรับแขกและบางห้องเราก็ไม่อยากจะจำว่ามันมีอยู่ลักษณะแบบนั้น เอ่อ ลักษณะของเขาวงกต หรือว่าเกมบันไดงูอะไรแบบเนี้ยในการสื่อสะท้อนเกี่ยวกับความซับซ้อน ในการตามหาตัวตน ความซับซ้อนในความคิดความรู้สึกของมนุษย์ลักษณะแบบนี้อะค่ะ”


ในงานเทศกาลเกี่ยวกับศิลปะ รวมทั้ง BKKIF 2025 นี้ สิ่งที่เราได้พบเห็นอยู่บ่อยๆ ก็คือ แมว กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินทั้งไทยและนานาชาติสร้างผลงานศิลปะของพวกเขา


ยังมีบูธ Art Story by Autistic Thai ของเด็กออทิสติก และ บูธ Pass the Hope Forward ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งแสดงงานนิทรรศการแยกต่างหาก ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ใกล้ๆ กับ Pop Mart กับภาพวาดกว่า 20 ชิ้นของศิลปินดังมากมาย รวมทั้งการประมูลภาพด้วย เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศิริราช


เดินมาอีกหน่อยก็พบบูธ Praewprapha กับผลงานคาแรคเตอร์ของเด็กหญิงสาวที่มีชื่อว่า Wander กับ Wonder เพื่อนสุนัขจิ้งจอกตัวน้อย รวมทั้งโปรเจคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่น ปลาวาฬ และ ปลาพะยูน นอกจากนี้ ศิลปินยังได้พัฒนาสุนัขจิ้งจอกออกมาในรูปแบบ Sculpture และจะผสมกับสัตว์อื่นๆ ในอนาคต


บัตรราคา 150 บาท ที่ www.eventpop.me/s/bkkif2025 รวมทั้งยาดมตราโป๊ยเซียนฟรี แพ็คเกจลายพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับงาน BKKIF 2025 วันละ 1,000 ชิ้นเท่านั้น
ติดตามได้ทาง www.bangkokillustrationfair.com, www.facebook.com/bkkif, www.instagram.com/bkkif_official, X (Twitter): twitter.com/BKKIF_OFFICIAL
