“Prakan Festival” เทศกาลที่หลอมรวมเอาอัตลักษณ์เด่นประจำจังหวัดสมุทรปราการ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และประวัติศาสตร์ในฐานะเมืองแห่งป้อมปราการในอดีตเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีชีวิต จนได้รับรางวัล Asia Local and Traditional Art Festival of 2024 Awards จาก สมาคม International Festivals and Events Association ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้วแต่ครั้งแรก ณ ตลาดน้ำเมืองโบราณ ระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2568 หลังจากประสบความสำเร็จตั้งแต่ปีแรกที่ป้อมผีเสื้อสมุทรกับ “นิทรรศการมีชีวิต (Life Exhibition)” ที่จำลองเหตุการณ์วิกฤติการณ์ รศ.112 ครั้งแรกของประเทศไทย และปีต่อมากว่า 7 พื้นที่ทั่วจังหวัด อาทิ ป้อมพระจุล ป้อมผีเสื้อสมุทร หอชมเมือง พิพิธภัณฑ์กองทัพเรือ เมืองโบราณ วัดขุนสมุทรจีนและชุมชนพระประแดง



ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคกลาง (TCEB – สสปน.) กล่าวว่า “Prakan Festival เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้ ‘เทศกาล’ เป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทีเส็บได้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน โดยผู้เชี่ยวชาญได้ออกแบบแผนการยกระดับ เพื่อการเติบโตของงานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านเนื้อหา การมีส่วนร่วมของชุมชน และการเชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ ความสำเร็จของงาน คือการที่เทศกาลได้กลายเป็น ‘แพลตฟอร์ม’ ที่ทำให้ภาคส่วนต่างๆ เห็นถึงโอกาสนำไอเดียสร้างที่เราออกแบบร่วมกันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไปต่อยอดกิจกรรมต่อในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้กิจกรรมเกิดการขยายตัวเชื่อมโยงไปยังชุมชน ศิลปิน นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลเป็นรูปธรรมต่อระบบเศรษฐกิจในพื้นที่มากขึ้น ทีเส็บมองว่า สมุทรปราการ มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นเมืองเทศกาลเชิงประวัติศาสตร์ (Festival City) ที่มีรากฐานทางอัตลักษณ์วัฒนธรรมชัดเจน มีพื้นที่สร้างสรรค์หลากหลาย และมีภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง ทีเส็บยินดีส่งเสริมผลักดันและให้คำแนะนำร่วมกับพื้นที่ เพื่อให้เทศกาลนี้เติบโตสู่ระดับนานาชาติ เชื่อมโยงกับเครือข่ายท้องถิ่น สู่การเป็นเมืองในใจของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในภูมิภาคต่อไป”



นายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู จ. สมุทรปราการ กล่าวว่า “สำหรับความร่วมมือกันของเทศบาลตำบลบางปูกับ Prakan Festival นั้น ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์ของท้องถิ่นเราผ่านศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประวัติศาสตร์ ซึ่งมีรากลึกทั้งในฐานะเมืองท่า เมืองปราการ และเมืองหลวงทางจิตวิญญาณของคนหลากหลายเชื้อชาติ เทศบาลให้ความสำคัญกับการบูรณาการภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่ สถานศึกษา และเครือข่ายวัฒนธรรม เพื่อให้เทศกาลนี้ไม่ใช่เพียงงานเฉพาะกิจที่จบไปปีต่อปี แต่เป็น ‘กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม’ ที่ส่งเสริมทั้งอัตลักษณ์ท้องถิ่นและเศรษฐกิจในระยะยาว เราเชื่อว่า Festival Economy ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือโอกาสใหม่ของท้องถิ่นอย่างเรา เมืองชานเมือง ที่มีเรื่องราวของตัวเอง พร้อมจะส่งเสียงอย่างภาคภูมิ เทศบาลตำบลบางปูพร้อมสนับสนุนและร่วมพัฒนาโครงการร่วมกัน และยินดีเป็นพื้นที่ต้นแบบของการใช้ ‘Festival’ เป็นเครื่องมือเชื่อมศิลปะวัฒนธรรม วิถีชีวิต และประวัติศาสตร์ ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคตให้กับเมืองแห่งนี้”


เทศกาลนี้เป็นการนำเสนอแนวคิด Life Exhibition โดยนำรูปแบบวิถีชนชาวสยามในอดีต ศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ผ่านการเล่าขาน เรื่องราว แห่งความภาคภูมิใจของชาวสมุทรปราการในอดีต โดยการสนับสนุนผลักดันร่วมกันของภาครัฐและเอกชนท้องถิ่นในพื้นที่ คือ เมืองโบราณและเทศบาลตำบลบางปู โดยเกิดเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ มากมาย อาทิ การย้อนพาสู่บรรยากาศราชสำนักกับนิทรรศการมีชีวิต ผ่านการถ่ายทอดพิธีต้อนรับราชอาคันตุกะแบบโบราณ พิธีบายศรีสู่ขวัญ บูชาแม่พระธรณี แม่คงคา และแม่โพสพ พร้อมดนตรีพิธีกรรม “วารีกังวาล สาธุการปวงบรรพ์” โดยศิลปินศิลปาธร และดนตรีจากน้ำโดย อ.วีระพงศ์ ทวีศักดิ์ เชื่อมโยงศรัทธาผ่านอาหาร “บงกชโอชา” จากเกสรบัวเมืองโบราณ และนิทรรศการบัวโลกโดยกลุ่ม “บงกชสคราญ”


นอกจากนี้ยังมีแกลเลอรีศิลปะในเรือนโบราณ ภาพสีน้ำ ภาพทวยเทพ การเปิดประสบการณ์ประวัติศาสตร์กับโคตรทหาร และกลุ่ม Reenactor Thailand ผ่านนิทรรศการยุทโธปกรณ์ เครื่องแบบ และมณฑลทหารจำลอง กิจกรรมเสวนา “ปราการแห่งเอกราชชาติสยาม” เปิดเอกสารลับจากวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 พร้อมเรือรบจำลองโดยพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ


Immersive Theatre จำลองสงครามโลกครั้งที่ 2 และละครร้อง “เมืองนิมิต” ถ่ายทอดวีรกรรมกู้ชาติ ชมหนังกลางแปลง “ศึกบางระจัน” ฉายบนจอข้ามลำน้ำ พร้อมนักรบพายเรือจริงร่วมฉาก โซนภูมิปัญญาไทยจากภัทรเวชสยาม การแพทย์แผนไทย ตำรับยาลูกแปลกแม่ เสวนากล้วยไม้ไทยโดยเครือข่ายลูกศิษย์ ศ.ระพี สาคริก และพื้นที่รวมพลังชุมชน ชาติพันธุ์ เกษตรกร และนักสร้างสรรค์ ร่วมออกแบบเมืองในอนาคต


เทศกาล ภายใต้แนวคิด “Festival Economy” หรือ “การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองด้วยงานเทศกาล” ซึ่งได้กลายเป็นเครื่องมือทรงพลังในการพลิกโฉมเมืองจากการจัดงานเทศกาลขยายผลเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชน ไม่เพียงเป็นพื้นที่แสดงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดนัดพบของผู้คนจากหลากหลายภูมิภาค สร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในทุกระดับ ทั้งผู้ประกอบการท้องถิ่น แรงงานสร้างสรรค์ และธุรกิจบริการรอบข้าง อีกทั้งยังส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอัตลักษณ์วัฒนธรรมที่ต้องเข้ามาเยี่ยมเยือนอีกด้วย


นอกจากบทบาททางเศรษฐกิจ เทศกาลยังทำหน้าที่ “สร้างชีวิตให้กับเมือง” (Re-enlivening the City) โดยการเปิดพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็นเวทีแห่งการพบปะ แรงบันดาลใจ สร้างความร่วมมือและสร้างการมีส่วนร่วม จะช่วยปลุกจิตวิญญาณของเมืองให้กลับมามีชีวิตชีวา ทั้งในมิติสังคม วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ผู้คนในเมืองเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Sense of Belonging) และมีส่วนร่วมในการออกแบบอนาคตของเมืองตนเองต่อยอดจากงานเทศกาล
